[CR] รีวิว เป้ Pacsafe Venturesafe X22

ผมไม่ได้ใช้ Backpack เพื่อการท่องเที่ยว เพราะท่องเที่ยวไม่บ่อย แต่ใช้ในการเดินทางอยู่ในเมืองมากกว่า (Urbanist) เคยใช้พวกกระเป๋าเอกสาร กระเป๋าสะพายข้าง พบว่า ไม่คล่องตัว เหมือนเป้สะพายหลัง เพราะทำให้มือทั้งสองข้างไม่ว่าง สุดท้ายแล้วต้องกลับมาใช้ Backpack ตลอด แม้ว่าพวก Fashionista จะบอกว่า เป้สะพานหลังเป็นเครื่องแต่งกายที่เสียบุคลิกก็ตาม

เป้สำหรับ Urbanist ที่ดี ต้องไม่ใหญ่เกินไป จนดูเหมือนจะไปปีนเขาเอเวอเรสต์ ดังนั้นผมเลยชอบเป้ที่แค่พอใส่เครื่องกีฬานิดหน่อย กับพวกเอกสารก็พอแล้ว เพราะว่าไลฟ์สไตล์มีแค่นั้น ขนาดโน้ตบุ้กยังไม่จำเป็น เพราะไม่ชอบใช้โน้ตบุ้กนอกบ้านเท่าไร

เลือกไปเลือกมาก็มาสะดุดกับเป้ pacsafe เพราะอย่างที่เคยบอกไป ผมชอบผลิตภัณฑ์ที่ดีเพราะว่ามีฟังก์ชั่นที่อธิบายได้เป็นวิทยาศาสตร์จริงๆ ไม่ใช่แค่ความเชื่อ เป้ของ pacsafe มีความพิเศษตรงที่หุ้มด้วยตาข่ายอลูมิเนียม ทำให้คนร้ายไม่สามารถกรีดได้ และมีช่องสำหรับเก็บบัตรสมาร์การ์ดต่างๆ ที่ป้องกันการจารกรรมสัญญาณแม่เหล็ก (RFID safe) เลยเป็นอะไรที่เตะความสนใจของผมได้ รุ่น X22 เป็นรุ่นที่มีขนาดเหมาะกับไลฟ์สไตล์ในเมืองของผมพอดี

เป้ที่ดีในความคิดของผมต้องไม่มีช่องข้างหน้าเยอะเกินไป เยอะใช่ว่าจะดี เพราะว่าเวลาหยิบของจะช้า เพราะจำไม่ได้ว่าเอาอะไรใส่ไว้ช่องไหน ทำให้ต้องเปิดดูทุกช่อง แต่เป้ที่ดีควรจะมีช่องหน้าแค่ช่องเดียว แล้วพอเปิดช่องนั้นขึ้นมา ก็มีช่องเล็กๆ อีกทีไว้ใส่ของต่างๆ แยกกัน จะได้เปิดช่องเดียวตลอด แล้วเปิดมาก็มองเห็นเลยว่าอะไรอยู่ตรงไหน ซึ่งเป้รุ่นนี้ก็ตอบโจทย์นี้ได้ดี 

ช่องหน้ามีที่ล็อกซิปเอาไว้อีกที ช่วยทำให้เปิดยากขึ้น เวลาขโมยจะมาแอบหยิบจากข้างหลัง โอเคว่า คุณคงไม่ล็อกไว้ตลอดหรอก เพราะว่ามันช้า แต่อย่างน้อย คุณอาจจะได้ใช้ฟังก์ชั่นนี้เวลาไปต่างประเทศ หรือต้องไปในจุดที่มีคนแน่นๆ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้

มีสายสำหรับล่ามเป้าไว้กับเสาด้วย เวลาที่ต้องฝากเป้ไว้ที่ไหนสักแห่ง

มีห่วงเก็บสายที่ยาวเกินไปไม่ให้ดูรุงรัง เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็สำคัญนะ

ด้านบนมีช่องพิเศษสำหรับเก็บแว่นตากันแดดโดยเฉพาะ

ช่องหลักเปิดทางด้านบนแบบเปิดกว้าง ช่วยรักษารูปทรงของเป้ได้ดี

อันนี้มีไว้ทำไมก็ไม่รู้คิดไม่ออก

อันนี้ก็เหมือนกัน ใครรู้ว่ามีไว้ทำไมช่วยบอกที

เป้ไม่ได้กันน้ำก็จริง แต่ด้านใต้จะมีผ้าร่มมาด้วย ถ้าฝนตกจริงๆ ก็สามารถกางผ้าร่มออกมาคลุมเป้ได้อีกที เป็นฟังก์ชั่นที่เพิ่งมาเห็นทีหลังจากซื้อมาแล้ว

 

Now You See Me (2013)

NowYouSeeMeCoverArt
เรื่องราวของแก๊งค์นักมายากลที่เชื่อในการเป็นนักมายากลชั้นสุดยอด กับการแสดงมายากลที่เข้าข่ายเป็นอาชญกรรม แต่ตำรวจก็ไม่มีหลักฐานที่เอาผิดพวกเขาได้
ผมชอบบทสนทนาของตำรวจสองคนบนเครื่องบินในเรื่องนี้ที่คนหนึ่งถามว่า ทำไมเขาถึงเกลียดคนพวกนี้นัก อีกคนหนึ่งตอบว่า เขาไม่ชอบพวกที่เข้าใจว่าคนทั่วไปชอบเชื่อในเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ แล้วก็เอาจุดนี้มาหากินกับคนเหล่านั้น ตำรวจคนที่ถามก็ตอบว่า ฉันก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เวลาที่ได้เชื่อว่ามีอะไรที่เหนือธรรมชาติแล้วมันมีความสุข
เออ ผมว่าใช่เลยนะ สังคมตอนนี้ก็เป็นแบบนี้ และก็มีคนที่หากินด้วยวิธีการแบบนี้เยอะมาก! (ไม่ได้หมายถึงนักมายากลนะ แต่หมายถึงรูปแบบอื่นๆ)
อีกเรื่องที่ชอบก็คือ คนดูที่ตามมาดูโชว์มายากลเพราะว่าได้เงินง่ายๆ ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาแห่มาดูกันแบบมืดฟ้ามัวดินนั้น พวกเขากลับไม่ได้อะไร นอกจากแบงก์กาโม่ อันนี้สะใจดีครับ ผมว่ามันเหมือนสังคมในเวลานี้เลยที่อะไรดูแล้วง่ายๆ รวยง่ายๆ เป็นทางลัด คนจะแห่เข้าไปด้วยความโลภ แล้วบทสรุปก็คือ ไม่ได้อะไร เพราะมันเป็นวิธีคิดแบบลมๆ แล้งๆ
เป็นหนังที่ดูสนุกครับ เดินเรื่องฉับไว แต่กลางๆ เรื่องอาจจะช้าไปหน่อย (ส่วนตัวเบื่อพวกฉากไล่ล่าบนถนนซึ่งทุกเรื่องจะต้องมี และเรื่องนี้อยู่ตอนกลางๆ เรื่อง) แต่รวมๆ แล้วดีให้ 4 ดาวครับ

Double Jeopardy (1999) [Spoiled]

เรื่องมีอยู่ว่า สามีวางแผนล่องเรือออกไปด้วยกันกลางทะเลกับภรรยาแล้วหายตัวไป เพื่อให้ภรรยาติดคุกฐานฆาตกรรมสามี เพื่อเขาจะได้ไปมีภรรยาใหม่ เมื่อภรรยาพ้นคุกออกมารู้ความจริง จึงออกตามหาสามีเพื่อฆ่าล้างแค้น
หนังเรื่องนี้มีหลักกฎหมายอาญาที่สำคัญซ่อนอยู่คือ ตามหลักกฏหมายอาญา ผู้ใดเคยรับโทษอาญาจากการกระทำใดๆ  ของตัวเองและคดีถึงที่สุดไปแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องได้รับโทษใดๆ จากกรรมเดิมซ้ำอีก ดังนั้นการที่เธอติดคุกจากข้อหาฆาตกรรมสามีไปแล้ว ถ้าเธอพ้นคุกแล้วไปฆ่าสามีคนเดิมซ้ำอีก เธอจะไม่ต้องได้รับโทษใดๆ จากกระทำนั้นเลย เพราะเคยรับโทษจากกรรมเดียวกันไปแล้ว การล้างแค้นของเธอจึงไม่มีโทษใดๆ ทางกฏหมาย
ถือว่าคนเขียนเรื่องนี้สามารถเอาช่องโหว่ของกฎหมายมาสร้างเป็นพล็อตได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ก็แน่นอนล่ะครับต้องมีการเปลี่ยนตอนจบกันนิดหน่อย เพราะคงไม่มีใครชอบให้ตัวละครหลักไปฆ่าคนอื่นแม้ว่าจะจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้นแนะนำให้ลองไปหาหนังเรื่องนี้มาดูกันครับ

[รีวิว] the Perks of Being a Wallflower

the Perks of Being a Wallflower

หนังเรื่องนี้ดูจบแล้วรู้สึก Feel Good มากๆ รู้สึกว่าไม่ได้ดูหนังแนวนี้มานานหลายปีแล้ว
เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือเวลาที่เราดูอยู่เราจะรู้สึกได้เลยว่าคนเขียนบทช่างเข้าใจจิตใจของตัวละครแต่ละตัวได้อย่างลึกซึ้งจริงๆ มันทำให้ตัวละครทุกตัวดูมีมิติ และเหมือนจริงมากๆ ดูแล้วเชื่อและเกิดอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครได้
ชอบ message สำคัญของหนังเรื่องนี้ด้วยที่บอกว่า ทำไมทุกคนถึงเอาแต่วิ่งตามคนที่ไม่ได้เห็นความสำคัญของเราแม้แต่น้อย แต่กลับไม่สนใจคนธรรมดาๆ ที่ดีกับเรามากกว่า
ถ้าใครดูเรื่องนี้แล้วชอบ ผมนึกถึงหนังอีกเรื่องหนึ่งที่จำได้ว่าดูจบแล้ว Feel Good แบบเดียวกันเลยคือ the Cider House Rules เป็นหนังดีอีกเรื่องหนึ่งที่น่าดูครับ

Fabulous

ชื่อร้าน Fabulous
ย่าน ถนนข้าวสาร
ที่จอดรถ ไม่มี ใกล้สุดคือในวัดชนะสงคราม(เสียเงิน)
เวลาเปิดปิด 10am-10pm
AC Outlet มี
ไวไฟ มี ฟรี
อื่นๆ รวมๆ แล้วดี แต่ข้อเสียคือมี Service Charge 10%

View ที่กิน in a larger map